<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SEO Google &#38; Yahoo Service &#187; On-Page Factors</title>
	<atom:link href="http://www.seounlock.com/tag/on-page-factors/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.seounlock.com</link>
	<description>ทำ SEO ให้เว็บคุณติดหน้าแรก Search Engine</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Oct 2009 18:09:14 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>On-Page Factors SEO ปรับแต่งเว็บจากภายใน</title>
		<link>http://www.seounlock.com/on-page-factors-seo</link>
		<comments>http://www.seounlock.com/on-page-factors-seo#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 09:18:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEO Consultant</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO Guide]]></category>
		<category><![CDATA[On-Page Factors]]></category>
		<category><![CDATA[Search Engine Optimization]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO Factors]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับแต่งเว็บไซต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seounlock.com/?p=185</guid>
		<description><![CDATA[<p>บทความที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับ Page Factors ทั้งสองแบบนั่นคือ On-Page และ Off-Page เป็นที่เรียบร้อย คราวนี้เราจะมาลงลึกในส่วนของ On-Page Factors กันหน่อยว่าการทำ SEO โดยการปรับแต่งเว็บจากภายในนั้นเราสามารถทำได้อย่างไร</p>
<p>SEO (Search Engine Optimization) สำหรับการปรับแต่งในส่วนของ On-Page ถือว่าเป็นการปรับแต่งที่ง่ายที่สุด เพราะเราสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเราเอง โดยส่วนใหญ่แล้วปัจจัยภายในนั้นสามารถแบ่งออกเป็นได้ 3 ส่วนหลักๆ คือ
1. โครงสร้างของเว็บไซต์ (Website Structure)
2. เนื้อหาของเว็บไซต์ (Website Content)
3. ลิงค์ออกไปยังเว็บอื่น (Outbound-Links)</p>
<p>ปรับแต่งโครงสร้างขอเว็บไซต์</p>
<p>เป็นที่แน่ชัดว่าเว็บไซต์โดยทั่วไปจะพัฒนาด้วยภาษาจำพวก HTML PHP ASP JSP ซึ่งภาษาเหล่านี้ตัว Search Engine เองไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือนำไปใช้ในการจัดอันดับ แต่สิ่งสำคัญคือรูปแบบการจัดโครงสร้างของหน้าเว็บโดยการใช้ HTML TAG ในการบ่งบอกความสำคัญของแต่ละส่วน</p>
<p>1. Title Tag – &#60;TITLE&#62;&#60;/TITLE&#62;
เคยสังเกตุไหมครับว่าผลการค้นหาของ Search Engine เอาข้อความจากไหนไปแสดงที่ Title ของแต่ละเว็บ อ่านต่อ ... On-Page Factors SEO ปรับแต่งเว็บจากภายใน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทความที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับ Page Factors ทั้งสองแบบนั่นคือ On-Page และ Off-Page เป็นที่เรียบร้อย คราวนี้เราจะมาลงลึกในส่วนของ On-Page Factors กันหน่อยว่าการทำ SEO โดยการปรับแต่งเว็บจากภายในนั้นเราสามารถทำได้อย่างไร</p>
<p>SEO (Search Engine Optimization) สำหรับการปรับแต่งในส่วนของ On-Page ถือว่าเป็นการปรับแต่งที่ง่ายที่สุด เพราะเราสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเราเอง โดยส่วนใหญ่แล้วปัจจัยภายในนั้นสามารถแบ่งออกเป็นได้ 3 ส่วนหลักๆ คือ<br />
1. โครงสร้างของเว็บไซต์ (Website Structure)<br />
2. เนื้อหาของเว็บไซต์ (Website Content)<br />
3. ลิงค์ออกไปยังเว็บอื่น (Outbound-Links)</p>
<p><strong>ปรับแต่งโครงสร้างขอเว็บไซต์</strong></p>
<p>เป็นที่แน่ชัดว่าเว็บไซต์โดยทั่วไปจะพัฒนาด้วยภาษาจำพวก HTML PHP ASP JSP ซึ่งภาษาเหล่านี้ตัว Search Engine เองไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือนำไปใช้ในการจัดอันดับ แต่สิ่งสำคัญคือรูปแบบการจัดโครงสร้างของหน้าเว็บโดยการใช้ HTML TAG ในการบ่งบอกความสำคัญของแต่ละส่วน</p>
<p>1. Title Tag – &lt;TITLE&gt;&lt;/TITLE&gt;<br />
เคยสังเกตุไหมครับว่าผลการค้นหาของ Search Engine เอาข้อความจากไหนไปแสดงที่ Title ของแต่ละเว็บ คำตอบก็คือ ข้อความที่อยู่ภายใน Title Tag นี่หละครับ และแน่นอนว่าหากเราปรับแตงเว็บ โดยเน้นคำสำคัญ (Keyword) ไว้ที่ส่วนของ Title Tag นี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บเราสามารถทำอันดับได้ดีขึ้นใน Search Engine</p>
<div id="attachment_190" class="wp-caption aligncenter" style="width: 570px"><img class="size-full wp-image-190" title="Title Tag" src="http://www.seounlock.com/wp-content/uploads/2009/08/seo-title-tag.jpg" alt="ข้อความที่อยู่ใน Title Tag จะถูกนำไปแสดงที่หน้าผลการค้นหา" width="560" height="81" /><p class="wp-caption-text">ข้อความที่อยู่ใน Title Tag จะถูกนำไปแสดงที่หน้าผลการค้นหา</p></div>
<p><span id="more-185"></span></p>
<p>2. Head Tag – &lt;H1&gt;&lt;/H1&gt;, &lt;H2&gt;&lt;/H2&gt;, &lt;H3&gt;&lt;/H3&gt;<br />
Head Tag ถูกนำไปใช้ในการเน้นหัวข้อต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจได้ว่าเนื้อหาส่วนนี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ทาง Search Engine ก็เช่นกัน ได้นำข้อความส่วนของ Head Tag มาใช้ตรวจสอบโครงสร้าง และเนื้อหาของเว็บว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร และหากภายในเว็บเนื้อหาที่ตรงกับคำค้นหาที่ผู้ใช้งานค้นมาจาก Search Engine ก็ไม่แปลกที่เขาจะจัดอันดับเว็บเราให้อยู่สูงกว่าเว็บอื่นๆ</p>
<p>3. Meta Keyword Tag – &lt;META NAME=”keyword” content=”Optimizing On-Page Factors for Search Engine”&gt;<br />
การบอก Search Engine ว่าเว็บเรานั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร วิธีง่ายสุดเห็นจะเป็นการใช้ Meta Keyword Tag เพียงแค่เราใส่ Keyword ที่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาลงไปให้พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป ทาง Search Engine ก็จะนำส่วนนี้มาใช้พิจรณาความสัมพันธ์ของส่วนต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดอันดับเช่นกัน แต่ปัจจุบัน Meta Keyword Tag ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดจนทำให้ Search Engine หลายเจ้าได้เลิกนำไปใช้ในการจัดอันดับเป็นที่เรียบร้อย ยกตัวอย่างเช่น Google เป็นต้น</p>
<div id="attachment_189" class="wp-caption aligncenter" style="width: 570px"><img class="size-full wp-image-189" title="Meta Description และ Meta Keyword" src="http://www.seounlock.com/wp-content/uploads/2009/08/seo-meta-tag.jpg" alt="Meta Description และ Meta Keyword" width="560" height="41" /><p class="wp-caption-text">Meta Description และ Meta Keyword</p></div>
<p>4. Meta Description Tag – &lt;META NAME=”description” content=”Optimizing On-Page Factors for Search Engine”&gt;<br />
โดยมากแล้วเนื้อหาในส่วนของ Meta Description จะถูกนำไปแสดงที่ส่วนของรายละเอียดที่อยู่ใต้หัวข้อที่หน้าผลการค้นหาของ Search Engine ทางทีดีในส่วนของ Description เราจะต้องบอกรายละเอียดโดยสรุป และมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหา หรือคำสำคัญ (Keyword) ให้มากที่สุด</p>
<p>5. Image ALT Tag – &lt;IMG ALT=”Description of Image” SRC=”image.jpg”&gt;<br />
การทำเว็บให้สวยคงจะหนีที่จะใช้รูปภาพมาตกแต่งให้ดูดีเป็นไม่ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าการนำภาพมาตกแต่งเว็บสามารถช่วยในการทำ SEO ได้เช่นกัน เพราะทาง Search Engine มองความครบถ้วนสมบูรณ์ของเนื้อหา การมีภาพสามารถช่วยทำให้เนื้อหากระจ่างมากขึ้น และแน่นอนทาง Search Engine ชอบเช่นนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำคือ การบอกว่าภาพนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหา โดยการใส่ Image ALT Tag เข้าไปเพื่อบอกว่าภาพนั้นเป็นภาพอะไร เพื่อช่วยให้ Search Engine ทำงานได้ง่ายขึ้น</p>
<p><strong>เนื้อหาของเว็บไซต์</strong></p>
<p>คำว่าเนื้อหาในที่นี้ผมคงจะไม่ได้หมายถึงเพียง ข้อความที่จะสื่อไปยังผู้อ่านเท่านั้น ยังรวมถึงคำสำคัญ (Keyword) ที่เราสนใจในการทำ SEO ที่ส่งผลต่อการจัดอันดับโดย Search Engine อีกด้วย</p>
<p>1. Density of keywords<br />
หากเราต้องการทำเว็บให้ได้อันดับดี เราคงจะมองข้ามเรื่องนี้เสียไม่ได้ เพราะว่าหากเว็บที่มีเนื้อหาเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ แต่ปราศจากคำสำคัญ (keyword) ที่ผู้ใช้นิยมใช้ค้นหารวมอยู่ด้วย โอกาสที่เว็บแห่งนี้จะถูกค้นหาเจอคงแทบจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อรู้เช่นนี้ สิ่งสำคัญคือทุกครั้งที่เราจะเขียนเนื้อหาลงในเว็บไซต์ เราควรจะนึกถึงคำสำคัญ (Keyword) ที่เราอยากจะให้ผู้ค้นหาค้นพบเว็บ แล้วนำไปแทรกอยู่ในเนื้อหาของเว็บอยู่อย่างสม่ำเสมอ</p>
<div id="attachment_191" class="wp-caption aligncenter" style="width: 447px"><img class="size-full wp-image-191" title="Keyword Density" src="http://www.seounlock.com/wp-content/uploads/2009/08/seo-keyword-density.jpg" alt="ความหนาแน่ของ Keyword กับการทำ SEO" width="437" height="273" /><p class="wp-caption-text">ความหนาแน่ของ Keyword กับการทำ SEO</p></div>
<p>แต่การที่ เราจงใจปรับแต่งเว็บมากจนเกินไป อาจจะทำให้ผู้เยี่ยมชมรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมชาติของเนื้อหา หรืออาจทำให้เข้าใจในเนื้อหาได้ยากมากขึ้น ดังนั้นทาง Search Engine จึงมีการตรวจจับความหนาแน่นของ Keyword ว่าเว็บไหนมีการปรับแต่งเว็บจนดูว่าเป็นการจงใจเพียงเพื่อให้ได้อันดับดีเท่านั้น สิ่งที่ตามมาคือเว็บเหล่านั้นจะถูกดันลงไปอยู่ในหลุ่ม สำหรับความหนาแน่ของ Keyword ที่ดีนั้นคงยากที่จะระบุให้แน่ชัด แต่โดยทั่วไปแล้วเราควรควบคุมไม่ให้เกิน 13% หากมากกว่านี้อาจทำให้ Search Engine ไม่พอใจก็เป็นได้</p>
<p>2. Unique Content</p>
<p>โลกปัจจุบันทำให้ทุกอย่างดูจะสะดวกไปหมดการ copy เนื้อหาเป็นเรื่องธรรมดาจนกลายเป็นว่าใครจะเอาไปลงเว็บไหนก็ได้ ทาง Searh Engine ก็เตรียมรับมือกับเนื้อหาที่ซ้ำซากพวกนี้เช่นกัน หากทาง Search Engine พบว่าเนื้อหานี้เคยถูกเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต และถูกเก็บลงฐานของมูลของเขาเป็นที่เรียบร้อย ทาง Search Engine จะให้เครดิตกับเนื้อหาที่ซ้ำน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด หรืออาจจะถึงขั้นไม่เก็บข้อมูลที่ซ้ำไว้เลย สิ่งที่ตามมาสำหรับเว็บที่มีเนื้อหาซ้ำกับชาวบ้านเยอะๆคือ เว็บนั้นจะถูกมองว่าเป็นเพียงเว็บขยะ มีแต่เนื้อหาที่ซ้ำ คัดลอกมาจากที่อื่น ผลก็คือ เว็บเหล่านี้จะไม่สามารถทำอันดับได้ใน Search Engine เมื่อเป็นเช่นนี้ Unique Content ความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใครจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการทำ SEO ในปัจจุบัน เพราะหากเราต้องการให้ Search Engine มองว่าเว็บนี้สมควรจะขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ก่อนอื่นต้องแสดงถึงความแตกต่างให้เห็นก่อน</p>
<p><strong>ลิงค์ออกไปยังเว็บอื่น</strong></p>
<p>การทำลิงค์อกอไปยังเว็บอื่นใช่ว่าจะไม่มีผลต่อการทำ SEO เพราะว่าทาง Search Engine มองว่าการทำลิงค์ออกเป็นการให้แต้มที่ตัวเองเก็บสะสมไว้อยู่ส่งต่อไปยังเว็บปลายทาง ดังนั้นหากเว็บเราทำลิงค์ออกไปยังเว็บจำนวนมากก็หมายความว่าเราได้มอบแต้มที่เราเก็บสะสมไว้ให้กับคนอื่นเสียหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเว็บปลายทางนั้นเป็นเว็บที่ทาง Search Engine มองว่าเป็นเว็บที่ไม่เหมาะสม หรือเข้าข่าย SPAM ทาง Search Engine จะลดเครดิตของเว็บเราทันที</p>
<p>ทังหมดนี้เป็นเรื่องของการปรับแต่งเว็บจากภายใน (On-Page Factors Optimization) หากทุกท่านสามารถนำไปปรับใช้กับเว็บของตัวเองได้อย่างเหมาะสม เว็บของท่านก็มีโอกาสที่จะถูกส่งเสริมให้อยู่ในอันดับที่สูง แต่อย่าลืมว่าหากเว็บเราไร้ซึ่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน ไม่นานเว็บนั้นก็จะอันดับตกหล่นลงมาเพราะไม่ว่าผู้ใช้งาน หรือ Search Engine ก็คิดเหมือนกันว่าเว็บนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในอันดับที่สูงอีกต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seounlock.com/on-page-factors-seo/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SEO Page Factors ปรับแต่งเว็บให้ตรงจุด</title>
		<link>http://www.seounlock.com/seo-factors-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a</link>
		<comments>http://www.seounlock.com/seo-factors-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2009 04:22:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEO Consultant</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO Guide]]></category>
		<category><![CDATA[Off-Page Factors]]></category>
		<category><![CDATA[On-Page Factors]]></category>
		<category><![CDATA[Search Engine Optimization]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO Factors]]></category>
		<category><![CDATA[SEO คืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[SEO พื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับแต่งเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจัย SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seounlock.com/?p=170</guid>
		<description><![CDATA[<p>การปรับแต่งเว็บไซต์ให้สามารถทำอันดับได้ดีใน Seaarch Engine ทั้ง Google และ Yahoo นั้น เราต้องมีความเข้าใจรูปแบบการจัดอันดับของ Search Engine ทั้งสองว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แล้วค่อยเริ่มปรับแต่งให้ตรงจุด แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าในการทำ SEO เว็บไซต์นั้น เราสามารถปรับแต่งได้กี่ส่วน ส่วนไหนที่ Search Engine มักจะนำไปพิจรณา และส่วนไหนที่ Search Engine มองข้าม</p>
<p class="wp-caption-text">ปรับแต่ง SEO ให้ตรงจุด</p>
<p>การทำ SEO (Search Engine Optimization) สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนหลักคือ</p>
<p>1. On-Page Factors
2. Off-Page Factors</p>
<p></p>
<p>อาจจะสงสัยว่าเขามีการจำแนกอย่างไรถึงจะจัดการปรับแต่งเว็บไซต์นั้นอยู่ในกลุ่มของ On-Page Factors อย่างไรถึงจะจัดอยู่ในกลุ่มของ Off-Page Factors จริงๆ แล้วไม่มีอะไรยุ่งยากเลยครับ On-Page คืออะไรที่เราสามารถปรับแต่ง หรือควบคุมได้ด้วยตัวเราเอง ส่วนอะไรที่เราไม่สามารถควบคุมได้จัดอยู่ใน Off-Page ทั้งหมดครับ</p>
<p>On-Page Factors Optimization</p>
<p>การปรับแต่งแบบ On-Page Factors อ่านต่อ ... SEO Page Factors ปรับแต่งเว็บให้ตรงจุด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การปรับแต่งเว็บไซต์ให้สามารถทำอันดับได้ดีใน Seaarch Engine ทั้ง Google และ Yahoo นั้น เราต้องมีความเข้าใจรูปแบบการจัดอันดับของ Search Engine ทั้งสองว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แล้วค่อยเริ่มปรับแต่งให้ตรงจุด แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าในการทำ SEO เว็บไซต์นั้น เราสามารถปรับแต่งได้กี่ส่วน ส่วนไหนที่ Search Engine มักจะนำไปพิจรณา และส่วนไหนที่ Search Engine มองข้าม</p>
<div id="attachment_172" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><img class="size-full wp-image-172" title="ปรับแต่ง SEO ให้ตรงจุด" src="http://www.seounlock.com/wp-content/uploads/2009/08/target_seo.jpeg" alt="ปรับแต่ง SEO ให้ตรงจุด" width="400" height="372" /><p class="wp-caption-text">ปรับแต่ง SEO ให้ตรงจุด</p></div>
<p>การทำ SEO (Search Engine Optimization) สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนหลักคือ</p>
<p>1. On-Page Factors<br />
2. Off-Page Factors</p>
<p><span id="more-170"></span></p>
<p>อาจจะสงสัยว่าเขามีการจำแนกอย่างไรถึงจะจัดการปรับแต่งเว็บไซต์นั้นอยู่ในกลุ่มของ On-Page Factors อย่างไรถึงจะจัดอยู่ในกลุ่มของ Off-Page Factors จริงๆ แล้วไม่มีอะไรยุ่งยากเลยครับ On-Page คืออะไรที่เราสามารถปรับแต่ง หรือควบคุมได้ด้วยตัวเราเอง ส่วนอะไรที่เราไม่สามารถควบคุมได้จัดอยู่ใน Off-Page ทั้งหมดครับ</p>
<p><strong>On-Page Factors Optimization</strong></p>
<p>การปรับแต่งแบบ On-Page Factors ถือว่าเป็นเรื่องแรกๆ ที่เราต้องทำสำหรับการทำ SEO เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเราสามารถเริ่มทำด้วยตัวของเราเอง และปัจจัยในการจัดอันดับของ Search Engine ในปัจจุบันนั้นก็ได้พิจรณาในเรื่องนี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า Off-Page Factors เลย สำหรับส่วนที่ผู้ทำ SEO นิยมปรับแต่งได้แก่ Title, Head Tag, Meta Tag, Image Tag, Density of Keywords และ Outbound-Links</p>
<p><strong>Off-Page Factors Optimization</strong></p>
<p>หลังจากที่มีเว็บไซต์เกิดขึ้นจำนวนมากในโลกของเรา เว็บต่างๆ แข่งกันทำอันดับด้วยการปรับแต่ง On-Page เพื่อให้ได้มาซึ่งอันดับที่ดี บางคนถึงกับทำจนเข้าข่ายการโกง (Spam) ทำให้ทาง Search Engine ได้มีการคิดรูปแบบการพิจรณาในการจัดอันดับเพิ่มมากขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือการนำ Off-Page Factors มาใช้ในการจัดอันดับ เพราะว่าเจ้าของเว็บไม่สามารถควบคุมได้ ทุกอย่างจะเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีสิทธ์สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา สำหรับส่วนที่ผู้ทำ SEO นิยมปรับแต่งได้แก่ Incomming-Links, Age of Domain และ Behavior of Vistors</p>
<p>สำหรับรายละเอียดลึกๆ ลงไปในเรื่องของการปรับแต่งทั้ง On-Page Factors และ Off-Page Factors ผมจะกล่าวอีกทีในบทต่อไป ตอนนี้แค่เกรินให้พอนึกภาพออกก่อนว่ารูปแบบเป็นอย่างไร หากเราสามารถปรับแต่งส่วนต่างๆ ได้ครบทุกเม็ดรับรองว่าเว็บไซต์ของท่านจะอันดับดีขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seounlock.com/seo-factors-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
